Welcome

การสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศชาย

การสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศชาย

  • การสร้างเซลล์สืบพันธุ์ของเพศชาย (Spermatogenesis) อวัยวะที่ทำหน้าที่สร้างอสุจิ คือ อัณฑะ (testis) โดยภายในอัณฑะจะประกอบด้วย หลอดสร้างอสุจิ (seminiferous tubules) จำนวนมากมาย โดยระหว่างการเกิดอวัยวะสืบพันธุ์จะมีกลุ่มเซลล์ ชื่อ ไพรมอร์เดียล เจอร์มเซลล์ (primordial germ cell) เ ป็นกลุ่มเซลล์เริ่มแรก ที่เคลื่อนเข้ามาอยู่ในหลอดสร้างอสุจิของอัณฑะ มีการแบ่งตัวแบบ mitosis หลายครั้งได้เซลล์ที่เรียกว่า สเปอร์มาโทโกเนีย (spermatogonia) มากมายซึ่ง spermatogonia จะมีการจำลองโครโมโซมอีกเท่าตัว พร้อมที่จะแบ่งตัวแบบ meiosis เรียกเซลล์นี้ว่า สเปอร์มาโทไซต์ระยะแรก (primary spermatocyte) ซึ่งจะแบ่งตัวแบบ meiosis ขั้นที่ 1 ได้ สเปอร์มาโทไซต์ระยะที่ 2 (secondary spermatocyte) และแบ่งตัวแบบ meiosis ขั้นที่ 2 ต่อไป จะได้ สเปอร์มาติด (spermatid) ซึ่งจะเจริญต่อไปเป็นตัวอสุจิโดยการสลัด cytoplasm ทิ้ง ที่ส่วนหัวของสเปิร์มจะมี acrosome ซึ่งเปลี่ยนแปลงมาจาก Golgi bodies จึงมีเอนไซม์อยู่ด้วย (hyaluronidase) ที่ส่วน Middle piece จะมี centriole 2 อัน และมี mitochondria เรียงตัวเป็นเกลียวรอบ ๆ หลอด microtubules เพื่อสร้างพลังงานให้แก่เซลล์อสุจิ

รูปที่ 5-6 แสดงการสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศชาย

ที่มา : ซีดีโครงสร้างและหน้าที่ของระบบสืบพันธุ์ คณาจารย์ภาควิชาสูติ-นรีเวชวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์

โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล


Spermatogonium แบ่งตัวเสร็จแบบ meiosis จะได้สเปิร์มจำนวน 4 เซลล์

ส่วนประกอบของอสุจิ

1.ส่วนหัว 2.ส่วนลำตัว 3.ส่วนหาง

รูปที่ 5-7 แสดงโครงสร้างของอสุจิ

ที่มา: ซีดีโครงสร้างและหน้าที่ของระบบสืบพันธุ์ คณาจารย์ภาควิชาสูติ-นรีเวชวิทยา

คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

1. ส่วนหัว (Head) มีลักษณะรูปไข่ ภายในมีนิวเคลียสบรรจุไว้เกือบเต็ม ทางส่วนหน้าสุดของส่วนหัวจะมีลักษณะเป็นถุง เรียกว่า อะโครโมโซม (acrosome) ซึ่งพัฒนามาจาก golgo bodies มีเอนไซม์ซึ่งสามารถย่อยสลายผนังเซลล์ของไข่ เรียกว่า ไฮยาลูโรนิเดส (hyaluronidase) หรือ ไฮโดรไลติก เอนไซม์ (hydrolytic enzyme) หรือ ไลซิน (lysin)

2. ส่วนลำตัว (Midpiece หรือ Middle piece) เป็นส่วนที่ต่อจากส่วนหัว มี mitochondria จำนวนมากเรียงเป็นเกลียว ทำหน้าที่สร้างพลังงานให้กับสเปิร์ม

3. ส่วนหาง (Tail หรือ Flagellum) เป็นส่วนของหลอดโปรตีน (microtubule)ที่ยื่นออกมาจาก เซนตริโอล มีหน้าที่พัดโบกให้สเปิร์มเคลื่อนที่ไปได้


โครงสร้างและหน้าที่ของระบบสืบพันธุ์เพศชาย

อวัยวะที่สำคัญในระบบสืบพันธุ์เพศชาย ประกอบด้วย

รูปที่ 5-8 แสดงภาพตัดขวางของระบบสืบพันธุ์เพศชาย

อัณฑะ (Testis) มี 1 คู่อยู่ภายใน ถุงอัณฑะ (Scrotum) ซึ่งถุงอัณฑะมีหน้าที่สำคัญหรือช่วยในการปรับอุณหภูมิให้เหมาะต่อการสร้างอสุจิ คือ ประมาณ 34 องศาเซลเซียส ตอนเป็นตัวอ่อน อัณฑะจะอยู่ในช่องท้อง เมื่อใกล้คลอดอัณฑะจะเคลื่อนที่ลงสู่ถุงอัณฑะ ทำให้อุณหภูมิต่ำกว่าภายในช่องท้อง 2-3 องศาเซลเซียส มีผลให้ seminiferous tubule สร้างอสุจิ

รูปที่ 5-9 แสดงภาพตัดขวางของอัณฑะ

ถุงหุ้มอัณฑะ (Scrotum) ทำหน้าที่ห่อหุ้มลูกอัณฑะ ควบคุมอุณหภูมิให้พอเหมาะ ในการสร้างตัวอสุจิ ตัวอสุจิเจริญได้ดี ในอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิปกติของร่างกาย ประมาณ 3-5 องศาเซลเซียส


รูปที่ 5-10 แสดงถุงอัณฑะ
3. หลอดเก็บตัวอสุจิ (Epidymis) อยู่ด้านบนของอัณฑะมีลักษณะเป็นท่อเล็ก ๆ ยาวประมาณ 6 เมตรขดไปมา ทำหน้าที่ เก็บเซลล์อสุจิจนเซลล์อสุจิเติบโตและแข็งแรงพร้อมที่จะปฏิสนธิ

รูปที่ 5-11 หลอดเก็บตัวอสุจิ

4. หลอดนำตัวอสุจิ (Vas Deferens) อยู่ต่อจากหลอดเก็บตัวอสุจิ ทำหน้าที่ ลำเลียง ตัวอสุจิ ไปเก็บไว้ที่ต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ

รูปที่ 5-12 หลอดนำตัวอสุจิ

5. ต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ (Seminal Vesicle) ทำหน้าที่ สร้างอาหารเพื่อใช้เลี้ยงตัวอสุจิ เช่น น้ำตาลฟรักโทส วิตามินซี โปรตีนโกลบูลิน เป็นต้น และสร้างของเหลวมาผสมกับตัวอสุจิเพื่อทำให้เกิดสภาพที่เหมาะสมสำหรับตัวอสุจิ

6. ต่อมลูกหมาก (Prostate Gland) อยู่ตอนต้นของท่อปัสสาวะ ทำหน้าที่หลั่งสารที่มีฤทธิ์เป็นเบสอ่อน ๆ เข้าไปในท้อปัสสาวะ เพื่อทำลายฤทธิ์กรดในท่อปัสสาวะ ทำให้เกิดสภาพ ที่เหมาะสมกับตัวอสุจิ

รูปที่ 5-13 แสดงต่อมลูกหมาก ต่อมคาวเปอร์

7. ต่อมคาวเปอร์ (Cowper Gland) อยู่ใต้ต่อมลูกหมาก เป็นกระเปราะเล็ก ๆ

ทำหน้าที่สร้างเมือกและหลั่งสารไปหล่อลื่นในท่อปัสสาวะ ในขณะที่เกิดการกระตุ้นทางเพศ

ทำให้ตัวอสุจิเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น



รูปที่ 5-14 แสดงผังทางเดินของอสุจิ

ที่มา : ซีดีโครงสร้างและหน้าที่ของระบบสืบพันธุ์ คณาจารย์ภาควิชาสูติ-นรีเวชวิทยา

คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล

  • เซลล์อสุจิที่สร้างแล้วซึ่งอยู่ในช่องว่างของ seminiferous tubule จะเดินทางผ่านไปตามท่อน้ำเชื้อ ระหว่างนี้จะมีกระบวนการทางเคมี ที่ช่วยทำให้อสุจิมีความสมบูรณ์ และความสามารถในการปฏิสนธิเพิ่มขึ้น ท่อนำเชื้อจะนำอสุจิไปรวมกับน้ำอสุจิ ที่สร้างจากถุงน้ำอสุจิและต่อมลูกหมาก ก่อนที่จะเปิดเข้าสู่ท่อปัสสาวะและหลั่งออกสู่ภายนอกต่อไป
  • การหลั่งอสุจิเป็นกระบวนการที่อยู่ภายใต้การควบคุมของระบบประสาท และฮอร์โมนหลายอย่าง เมื่อมีความรู้สึกทางเพศ ซึ่งอาจเกิดขึ้นเองหรือผ่านประสาทสัมผัสต่าง ๆ จะมีคำสั่งจากสมองให้เลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อ บริเวณองคชาติเพิ่มมากขึ้น องคชาติจะบวม ขยายใหญ่และแข็งตัว ขณะเดียวกันจะมีการเคลื่อนไหวของอสุจิผ่านท่อน้ำเชื้อ มายังท่อปัสสาวะ ต่อมากล้ามเนื้อบริเวณฐานขององคชาติจะหดรัดตัวเป็นจังหวะ บีบให้น้ำอสุจิหลั่งออกมาทางท่อปัสสาวะสู่ภายนอก เมื่อการหลั่งน้ำอสุจิสิ้นสุดลง ระบบประสาทจะสั่งการให้ปริมาณเลือดไปเลี้ยงที่องคชาติลดลง มีผลทำให้องคชาติอ่อนตัว และมีขนาดเล็กลงสู่ภาวะปกติ นอกจากอวัยวะสืบพันธุ์และการควบคุมของฮอร์โมนตลอดจนระบบประสาทต่าง ๆ ที่ปกติแล้ว กระบวนการหลั่งอสุจินี้ยังต้องอาศัยความสมบูรณ์ของร่างกายและจิตใจด้วย

โดย ครู วัชวัลย์ ครุฑไชยันต์
ครู คศ.3 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น